แด่ทุกผู้คนที่ยังมีเด็กน้อยในตัวเอง
posted on 09 Apr 2012 20:43 by ttaanngg in Bookเชื่อว่าทุกคนคงเคยมีความรู้สึกแบบนี้
ตอนที่ยังเด็กๆ ก็รู้สึกอยากโตเหลือเกิน อยากเหลือเกินที่อยากจะเป็นผู้ใหญ่
ตอนที่ยังเด็กๆ ก็รู้สึกเบื่อเหลือเกิน เบื่อที่ต้องเฝ้ารอบางคำตอบที่จะรู้เมื่อเป็นผู้ใหญ่
ตอนที่ยังเด็กๆ ก็รู้สึกเบื่อเหลือเกิน เบื่อที่ต้องเฝ้ารอบางคำตอบที่จะรู้เมื่อเป็นผู้ใหญ่
ตอนที่ยังเด็กๆ ก็รู้สึกหน่ายเหลือเกินกับบางอย่างที่ห้ามทำ
จะทำได้ก็ต่อเมื่อเป็นผู้ใหญ่แล้วเท่านั้น
ดูไม่ใกล้ไม่ไกล ดูเอาเถอะว่าเด็กๆ สมัยนี้บางคนดูๆ แล้ว
ก็รีบโต รีบโตเสียจนน่ากลัว
แล้วทุกคนที่ขึ้นชื่อว่าโตเป็นผู้ใหญ่แล้วเคยประสบกับความรู้สึกนี้ไหม
อยากจัง อยากกลับไปเป็นเด็กๆ ที่ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร
อยากจัง อยากกลับไปวิ่งเล่นหรือทำอะไรพิเรนทร์ๆได้โดยทุกคนพร้อมให้อภัย
อยากจัง อยากกลับไปอยู่ในโลกสวยๆ
แต่ก็เป็นผู้ใหญ่ไปเสียแล้ว อย่างไรเสียก็คงทำได้แค่อยาก
.
.
.
.
ถ้าพูดถึงวรรณกรรมเยาวชนที่โ่ด่งดังคลาสสิกติดอันดับสองเรื่องนี้คงติดในทำเนียบด้วย
สองเรื่องที่ว่าคือ "Alice in wonderland" กับ "Peter Pan"
ทั้งสองเรื่องนี้มีความคล้ายกันอยู่บางเรื่อง
นั่นคือดินแดนแห่งจินตนาการอย่าง wonderland และ neverland
และอีกเรื่องที่เป็นความคล้ายคลึงกันนั่นคือ การมีตัวตนจริงของผู้เป็นแรงบันดาลใจ
อลิซ และ ปีเตอร์
.
.
.
.
คุณเคยไหมที่อยากเก็บความเป็นเด็กไว้ตลอดไป
เคยไหมที่รู้สึกว่าเรามีพื้นที่เล็กๆ ขอเราเอง ที่สามารถจะเป็นเด็กๆได้เสมอ
เคยไหมที่รู้สึกว่า เรามีพื้นของความฝันเล็กๆ เหมือนตอนเรายังเป็นเด็ก
พื้นที่ของเรา ที่สวยงามเสมอ ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ก็ตาม
แต่ก็นั่นล่ะ ไม่มีใครที่สามารถเป็นเด็กไ้ด้ตลอดไป
และถึงแม้บางครั้งเราจะแอบฝันเล็กๆ แต่ก็อาจจะมีฝันร้ายเข้ามาแทรกได้เสมอ
และที่อาจจะแย่กว่าฝันร้ายคือการตื่นขึ้นมาเพื่อพบว่า
แดนมหัศจรรย์ของเรานั้น ไม่เคยมีอยู่จริง
.
.
.
.
งานสัปดาห์หนังสือที่ผ่านมามีโอกาสได้จับจองเป็นเจ้าของหนังสือเล่มหนึ่ง
I have been Alice หรือชื่อภาษาไทยว่า "ครั้งหนึ่งนั้นฉันคืออลิซ"
ได้นั่งละเลียดอ่าน ถึงแม้จะไม่ได้อ่านแบบชนิดที่ละเมียดอ่านในห้องส่วนตัว
ในบรรยากาศสงบ อิ่มไปกับทุกตัวอักษร แบบที่ผ่านๆ มา
แต่เนื้อหาเรื่องราวในเรื่องก็ซึบซับเข้าไปในความรู้สึกไปไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
แน่นอนเราไม่ใช่ลูกสาวของคนใหญ่โตหรือมีชื่อเสียงอะไร
แต่ด้วยความที่ทำงานที่เดียวกับพ่อ อย่างไรเสียก็ย่อมต้องมีคนรู้จักพ่อ
อย่างไรเสียเราก็เป็นคนคนนึงที่มีความดื้อแพ่งพอตัวและรั้นจะทำอะไรบางอย่างที่ไม่ควร
และครั้งนึงเราก็เคยเป็นคนคนนึงที่ทรนงตัวในระดับนึง
การได้อ่านหนังสือเรื่องนี้ มันเหมือนเราได้เห็นกระจกสะท้อนตัวเองออกมาในบางมุม บางเรื่องราว
บางตอนเรียกน้ำตาเราได้ไม่ยาก ในขณะที่บางตอนก็เหมือนจะต่อยเราเสียจุกไปเลย
แต่ที่แน่ๆ หนังสือเล่มนี้ทำให้เรารู้ว่ามันไม่ผิดนะ ที่อยากจะเก็บส่วนนึงของความเป็นเด็กไว้
แต่คุณต้องยอมรับด้วยว่ามันทำได้แค่เก็บไว้ อย่างไรเสียวันนึงเราต้องเป็นผู้ใหญ่
แล้วโลกสวยๆ ใบนั้น มันอาจจะเป็นเพียงแค่ความฝัน
ถึงแม้ว่าวันนึงจะตื่นมาเพื่อพบว่ามันเป็นแค่ความฝัน แต่มันก็คือฝันดีมิใช่หรือ?

อีกเรื่องหนึ่ง ที่ดูจะเป็นข้อคิดที่ดีนั่นคือเวลาจะอะไรก็ตามจงคิดให้ดี
อย่าเพียงแต่ทรนงว่าตนแน่ และเก่ง ต้องมีสติให้มั่น ไตร่ตรองด้วยปัญญาให้ถี่ถ้วน
เพราะถึงแม้วันนึงการกระทำนั้นจะเป็นแค่อดีต แต่เชื่อว่าคงไม่มีใครอยากมีอดีตที่ไม่น่าจดจำหรอก
จริงไหมคะ?
Tags: หนังสือ, อลิซ, เด็ก4 Comments







