คำเตือนก่อนอ่านเอนทรีนี้นะคะ
เอนทรี่นี้มีการสปอยล์หนังเรื่อง beautiful creatures หากใครยังไม่ได้ดู
ไม่อยากอ่านสปอยล์ กดปิดไปได้เลยค่ะ
ถ้ายังไม่ดูแต่อยากอ่าน หรือดูแล้วอยากอ่าน อยากแลกเปลี่ยนความคิดกัน เชิญค่ะ
..........
.
.
.
.
.
.
 
โลกใบนี้ มีสองด้านเสมอมา
ความมืด คู่ความสว่าง 
ความรัก คู่ความชัง
ความดี คู่ความชั่ว
 
และมันก็เป็นเช่นนี้มาเนิ่นนาน ยาวนานเสียจนหลายๆ ครั้งเราเลือก
เลือกจะมองด้านใดด้านนึง ด้านที่ดี ที่สวยงาม และมองข้าม ไม่ยอมรับอีกด้าน
เพียงเพราะมันไม่สวย ไม่งดงาม 
 
มองข้ามกันจนเมื่อมีใครซักคนหลุดไปอยู่อีกฝากฝั่ง
ฝั่งของความไม่ดี ฝั่งของความไม่สวย
คนผู้นั้นดูราวกับทำผิดมากมาย ร้ายกาจ ไม่สามารถให้อภัยได้อีก
แต่ที่แน่ๆ และชัดๆ กว่านั้นคือ
ทุกคนยอมรับด้านดีๆ ของตัวเอง แต่เลือกจะไม่ยอมรับด้านไม่ดีของตัวเอง
หลายครั้ง เลือกไม่เปิดเผย และอีกหลายๆ ครั้ง เลือกจะยอมรับว่าไม่มีด้านไม่ดี
 
อาจจะเป็นธรรมชาติปกติของมนุษย์
อยากที่จะสมบูรณ์แบบ และเหนือกว่าสิ่งใดๆ.....
 
เรื่องราวของหนังบอกเล่าชีวิตของเด็กหญิงที่กำลังจะโตเป็นสาว
เก็ดหญิงที่ชื่อว่า "ลีน่า" 
เด็กหญิงแปลกหน้า ผู้มาจากต่างเมืองพร้อมเรื่องราวเล่าขานของลุงผู้ลึกลับ
เมื่อรวมกับการแต่งตัวไม่ทันสมัย  และปรากฎการณ์แปลกประหลาดในเมืองเล็กๆอย่างนั้นแล้ว
ไม่แปลกเลย ที่ทุกความผิด ทุกเหตุร้ายจะเกิดเนื่องมาจากเด็กหญิงต่างถิ่นผู้นี้
 
เรื่องราวบอกเล่าถึงเด็กหนุ่มฮอตประจำโรงเรียนเล็กๆ ในเมืองเงียบๆ นามว่า "อีธาน"
เด็กหนุ่มที่ชอบอ่านหนังสือมากมาย และเบื่อหน่ายกับเมืองเล็กๆ
เด็กหนุ่มที่สังเกตเห็นความพิเศษของเด็กสาวนามว่าลีน่า
 
เรื่องราวดำเนินไป หนุ่มสาวพบรักท่ามกลางความหวาดหวั่นที่ไม่รู้ว่า
เมื่อเด็กหญิงของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "แคสเตอร์" อายุครบ 16 ปีแล้ว
เธอจะกลายเป็นความมืด หรือแสงสว่าง
 
ทั้งคู่ค้นพบคำสาป เรียนรู้ความรัก ร่วมกันค้นหาวิธีแก้
เด็กหญิงผู้ได้รับคำทำนายว่า เธอ จะเป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่
ชนิดหาใครในหมู่แคสเตอร์ด้วยเทียบเทียมมิได้
 
......................
.
.
.
.
.
.
 
ตอนจบของเรื่อง ใครที่ดูมาแล้วคงรู้ว่าจบอย่างไม่จบเท่าไหร่
ไม่ happy ending ไม่หวานอย่างภาพยนต์ใดๆ
แต่.... ในตอนใกล้จบ เป็นตอนที่ประทับอยู่ในใจอย่างไม่รู้ลืม
เมื่อคราวที่ถึงเวลา ลีน่าต้องเลือก จะมืด หรือจะสว่าง
 
แม้ว่าคำสาปอันจะพาตัวเองไปด้านมืดได้ถูกทำลายลงไปแล้ว
แต่ลีน่าก็ยังคงยอมรับ
ยอมรับด้านดำมืดในตัวของเธอ พอๆ กับที่ยอมรับว่าเธอเองนั้นอยากอยู่ด้านสว่างเพียงใด
 
บางที ความยิ่งใหญ่ที่มากมายของเด็กผู้หญิงคนนึง
อาจไม่ได้อยู่ที่อำนาจ ที่จะควบคุมดวงจันทร์ได้ด้วยเพียงมือจับ
แต่อาจอยู่ที่ความกล้าหาญที่จะยอมรับตัวตนของตัวเอง ตัวตนที่ไม่ดี
ไม่เพียงแค่ยอมรับ แต่เธอยังกล้าแกร่งพอจะควบคุมตัวตนไม่ดีนั้นๆ ไว้
 
.....................
.
.
.
.
.
.
 
ทุกคน อยากเป็นคนดี และแน่นอนแทบไม่มีใครที่อยากจะมีด้านไม่ดี
หลายคน เผลอไผลไปกับความไม่ดี แล้วจมดิ่งสู่ห้วงความผิดนั้น
พร้อมคำพูดที่ว่า "ฉันเป็นคนฉันยังนี้ล่ะ ใครจะทำไม"
 
แต่จะมีซักที่คนที่ยอมรับตัวตอนไม่ดีนั้น แล้วควบคุมมัน
เพื่อจะเป็นคนดีๆ คนนึง
 
 
 
เมื่อวันศุกร์ที่แล้วได้ไปดูหนังเรื่อง "รัก 7 ปี ดี 7 หน"
เพราะงั้นคราวนี้บอกเลยค่ะว่า จะสปอยล์หนัง 
ถ้าคิดว่าจะไปดูอย่าเพิ่งอ่าน ถ้าดูแล้วเรามาแลกเปลี่ยนกัน
หรือคิดว่าไม่ดูแหละ จะมาอ่านก็ไม่ว่ากันค่ะ
.
.
.
.
.
.
 
Social network เรื่องส่วนตัว พื้นที่กึ่งสาธารณะ
 
น้องมิลค์ กับพี่ป่วน
 
เคยไหมที่คนข้างๆ คุณ สนใจคนรอบข้าง ไม่ว่าจะโลกแห่งความเป็นจริง หรือโลกเสมือนจริง
แคร์และใส่ใจจนลืมไปว่า คุณก็ยังอยู่ข้างๆ เหมือนกัน
 
เรื่องราวของนายป่วน ผู้ติด social network ชนิดที่เรียกได้ว่าเป็นชีวิตจิตใจ
เมื่อหนุ่มป่วนมาหลงรักสาวหน้าใสนามมิลค์ เรื่องป่วนๆ และความไม่ลงรอยเลยเกิดขึ้น
 
คนนึงอยากประกาศให้คนอื่นได้รู้ว่าแฟนเขาเป็นใคร ยังไง น่ารักแค่ไหน
อีกฝ่ายอยากให้เรื่องของเรา เป็นเพียงเรื่องของเราเท่านั้น
 
จริงๆ ถ้าเรานั่งติดตามโดยใส่ความเป็นป่วนเข้าไปในตัวเอง เราคงจะเข้าใจแหละว่า
ทีทำไปทั้งหมดน่ะ ให้สาวเจ้านั่นล่ะ แต่ก็อยากอวด อวดคนอื่น
อยากประกาศให้คนอื่นได้รับรู้ด้วย ไม่ว่าจะในแง่ที่ว่า
ผมเจ๋งนะ ทำคลิปสวยๆ ได้
แฟนผม เขาน่ารักนะ
และสุดท้ายคงหนีไม่พ้น "คนนี้แฟนผม ผมรักแลภูมิใจมาก"
และเพราะข้อสุดท้าย เลยอยากอวด
 
แต่เพราะลืมคิดไป โลกนี้มีสองด้านเสมอ 
เมื่อนำเสนอสาวน้อยน่ารักแฟนตัวเองออกไปสาธารณะอย่างนั้น
ผลตอบกลับมามีทั้งดี และไม่ดี
 
และคนที่เจ็บปวดกับด้านไม่ดีนั้น ไม่ใช่แค่มิลค์ ที่ทนกับคำครหา
คำพูดเสียหายไปได้ สุดท้ายป่วนก็เจ็บ
 
มามองมุมมิลค์เอง มิลค์คงอยากให้ความรักเป็นเรื่องของคน 2 คน
 
แต่ก็นั่นล่ะ หากความรักเป็นเรื่องของคน 2 คนจริงๆ ป่วนควรจะใส่ใจความรู้สึกมิลค์
มากกว่านี้รึเปล่า มากกว่าจะแค่การคลิ๊ก "ชอบ/ไม่ชอบ" ของบุคคล
ที่บางคนไม่เคยเห็นกระทั่งหน้าตา
 
.
.
.
.
.
.
 
รักมาก จึงแค้นมาก รักมาก แค้นมาก ใจจึงไม่วาง
 
ใดๆ ในโลกล้วนมีเกิดและดับ
ชื่อเสียง เกียรติยศ เงินทอง 
แน่นอนรวมไปถึง "ความรัก" "ความชัง"
 
คนสองคน เคยรักกัน วันนึง คนสองคนนั้นเกิดเคียดแค้นชิงชังกัน
แล้วเป็นไปได้ไหมที่คนสองคนจะกลับมารักกัน บางทีเรื่องราวของจอนกับแหม่มอาจจะตอบได้
 
คนสองคน "เคย" เป็นแค่เด็กใสๆ ที่วิ่งไล่ตามความฝัน
คนนึง อยากเป็นนกประมง ชอบสัตว์ทะเล อีกคนใฝ่ฝันหาชื่อเสียง ต้องการคำชื่นชมจากอีกคน
คนสองคน "เคย" ทำงานร่วมกัน 
จากเพื่อนร่วมงาน บังเกิดเป็นความรัก
คนสองคน "เคย" ใช้ชีวิตด้วยกัน
จากเพื่อนร่วมชีวิต บังเกิดความเบื่อหน่าย กลับกลายเป็นความแค้น
คนสองคน "เคย" หันหลังให้กันด้วยความโกรธเกลียด
จากคนที่ไม่มองหน้ากัน กำลังจะต้องหาหนทาง ที่จะมาร่วมงานกัน?
 
ฝ่ายนึงวิ่งหนี ฝ่ายนึงวิ่งไล่ เหตุผลของคนที่หนี เพียงเพราะ
งานนี้ทำให้เขารักคนคนนึงได้มาก พอๆ กับที่เกลียดคนคนนึงได้มาก
และความรู้สึกมากมายเหล่านี้คล้ายเป็นแผล ที่พร้อมจะติดเชื้ออักเสบได้อีกครั้ง
เขาเลยหนี หนีจากอดีต หนีจากทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้เขานึกถึง แต่เขาลืม
ลืมว่ายังไงก็หนีหัวใจตัวเองไม่ได้
 
อีกคนวิ่งไล่ วิ่งตามด้วยเหตุผลที่หมุนรอบตัวเอง
ฉันต้องการ ฉันอยากได้ ฉันอยากมี
จนลืมนึกถึงบางคนที่เคยอยู่ข้างๆ ใจ
แต่พอเมื่อมานึกถึง คนที่เคยอยู่ข้างใจ กลับทำให้กำแพงแห่งความทรนงตนที่เคยมีมามากมาย
พังไปง่ายๆ จนแทบจะลืมไปว่า ตอนสร้างขึ้นมานั้น ใช้ความโกรธเกลียดใส่ลงไปมากแค่ไหน
 
.
.
.
.
.
.
 
จุดเปลี่ยน อาจเริ่มต้นใกล้ๆ
 
"หน้าที่ของเราก็คือ มองพื้นถนน 7 ฟุตข้างหน้า แล้วก็แค่วิ่งผ่านไปเท่านั้น"
 
บางทีการใช้ชีวิตอาจไม่จำเป็นต้องมองอะไรให้มันยาว เพราะเราไม่รู้จริงๆ หรอกว่า ไกลออกไปจะเจออะไรอีก
หากเรามองไปไกลสุดตาแล้วพบว่ามันเค้วงคว้าง ก็คงเหงา
หรือแค่เงยหน้ามองมาก็เห็นแต่ปัญหา ก็คงท้อใจ
มองไม่ใกล้ ไม่ไกล ทำปัจจุบันขณะให้ดี อาจจะดีที่สุด
ทำปัจจุบันให้ดี แล้วปล่อยให้เวลาไหลผ่านตัวเราไป 
ไม่จำเป็นต้องระทมกับอดีต และไม่จำเป็นมองอนาคตให้ไกล ไกลจนท้อใจ
 
อย่ามองอนาคต อย่าหันกลับไปมองอดีต
จนถึงวันที่มันเข้าเส้นชัยแล้ว เราค่อยหันกลับไปมอง
บางที เราอาจจะแปลกใจตัวเองก็ได้ว่า ไม่เคยคิดฝันว่าจะมีวันแบบนี้ ก็มีได้
ไม่คิดฝันว่าจะผ่านเรื่องราวมากมาย เราก็ยังผ่านมาได้
 
สะดุดบ้าง เหนื่อยบ้าง บ้างช่วงเหนื่อยเหมือนจะล้มไปตรงนั้น
บางช่วงอยากหยุดเอาเสียดื้อๆ 
บางช่วงทำให้เราแทบอยากจะร้องไห้
และบางช่วง ทำให้รู้สึกว่า "ฉันทำไม่ได้หรอก"
 
บางทีเสน่ห์ของมาราธ