ถนนสายนี้ที่เลือกเดิน
posted on 09 Nov 2009 23:30 by ttaanngg in Diaryจำไม่ได้แล้วว่าฉันเอง สมัคร facebook ไว้ตั้งแต่ตอนไหนและเมื่อไหร่ รู้แค่ว่าเมื่อตอนสมัครไว้แรกแริ่มนั้น มันช่างเป็นเวบไซต์ที่ร้างผู้คนเอาเสียจริงๆ จนดูไม่น่าสนใจและทำให้ฉันละเลยที่จะสนใจมันไป จวบจนเมื่อได้กลับมาสนใจอีกครั้ง ฉันรู้สึกราวกับว่ากรุงเทพมหานครได้ถูกยกมารวมกันไว้ที่เวบไซต์แห่งนี้เสียแล้ว
เพราะไม่ว่าเพื่อนตั้งแต่สมัยไหนต่อไหน รุ่นพี่ที่หลายครั้งดูคล้ายห่างกันไป ก็กลับได้มาพบเจอกันที่เวบไซต์แห่งนี้ ความห่างที่ดูน่าจะหายก็กลับไม่หาย แต่ถึงกระนั้น ภาพของผู้คนมากมายก็ล้วนเปลี่ยนแปลง หลายๆ คนที่เปรียบไปก็คล้ายว่าเคยเป็นเด็กที่นั่งเล่นดอกไม้ แต่งเนื้อแต่งตัวธรรมดา
เมื่อได้กลับมาเจอกันอีกคราว ฉันพยายามจะเก็บดอกไม้ที่เธอและฉันเคยมองร่วมกันว่ามันสวยงาม และเฝ้ารอเธอในสถานที่เดิม ด้วยหวังว่าเธอจะไม่เปลี่ยนแปลงอะไรไปมากมายนัก แต่แน่ล่ะ กระแสแห่งกาลเวลา ยากจะฉุดรั้ง เลยทำให้คนเฝ้าคอยอย่างฉันต้องอ้าปากค้างเล็กๆ เพราะตะลึงกับการเปลี่ยนแปลง และนึกน้อยใจว่าดอกไม้ที่เคยดูว่าสวยงาม บัดนี้กลับเป็นเพียงสิ่งของธรรมดาไปเสียแล้ว
แต่ก็นั่นล่ะ ด้วยประสบการณ์มากหลายเมื่อยามที่ห่างหายไป ก็คงไม่แปลกหากจะหล่อหลอมให้ใครหลายคนเปลี่ยนแปลงไป
ความเคลื่อนไหวหนึงที่ดูสะดุดตาและหัวใจมากมายนักคือ status ของพี่ชายคนนึงที่ตั้งไว้ราวกับเป็นคำถามที่ไร้คำตอบ "เวลาที่เราเหนื่อยและท้อ เรามักจะมองหันกลับไปแล้วตั้งคำถามว่า เราตัดสินใจมาถูกทางแล้วหรือเปล่า?"
ด้วยเพราะหลายครั้งหลายหนตัวเองก็เคยคิด หากย้อนวันเวลากลับไปได้ จะยังคงเลือกเส้นทางเดินแบบนี้อยู่ไหม ในเมื่อรู้แล้วว่าหนทางข้างหน้านั้นแสนเหนื่อย หากย้อนวันเวลากลับไปได้แล้ว จะเปลี่ยนไปหาอีกเส้นทางที่ดูแสนมั่นคงมากกว่านี้รึเปล่า และหากย้อนกลับไปได้และไปเปลี่ยนเส้นทางชีวิตอีกครั้งจริงๆ แล้ว เราจะรู้ได้อย่างไรว่า อีกเส้นทางหนึ่งนั้น มันดีกว่าทางที่เรากำลังเดินอยู่
คำตอบมีเพียง ไม่รู้หรอก หากจะรู้ก็เพียงต้องเดินไปในเส้นทางเหล่านั้นด้วยตัวเอง ในเวลานั้นโอกาสนั้นเท่านั้น เราจึงจะได้ซาบซึ้งว่า อีกเส้นทางหนึ่งนั้น มีดีมีร้ายอย่างไร แต่ก็แน่นอนเช่นกันว่า หากเราเลือกในทางเดินอีกทาง นั่นแปลว่า ณ ปัจจุบัน เราก็จะไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้
หากตอนนั้นเราเลือกอีกอย่างนึงเมื่อห้าปีที่แล้ว เราคงได้เรียนในสถาบันชื่อดังที่เก่าแก่ หากเราเลือกอีกอย่่างเมื่อสี่ปีที่แล้ว ตอนนี้เราคงกำลังร่ำเรียนเคร่งเครียดเพื่อจะเป็นแพทย์โดยมีอนาคตที่แลดูมั่นคง หากเราตัดสินใจอีกอย่างนึงเมื่อตอนเรียนจบตอนนี้เราคงไม่ได้คิดเรื่องเรียนต่อ แต่คงคิดว่า วันนี้จะทำอย่างไร เพื่อให้เดือนนี้ ปิดยอดการขายได้ เพื่อให้ได้รายได้มากๆ
ฉันไม่รู้หรอกว่า หากฉันไปเดินอีกเส้นทางหนึ่งแล้ว ฉันจะเป็นฉันอย่างในปัจจุบันนี้ไหม หากฉันเลือกไปอีกทาง ฉันจะเป็นใครๆ ที่ตามกระแสแห่งกาลเวลา ตามกระแสของการเปลี่ยนแปลง จนพาลให้ผู้คนที่เฝ้ารอฉันด้วยหวังว่าฉันจะคงเดิม ต้องตกใจเมื่อได้พบเจอฉันเฉกเช่นเดียวกันกับที่ฉันตกใจเมื่อพบการเปลี่ยนแปลงของเพื่อนฉันรึเปล่า
ฉันตอบไม่ได้หรอก แล้วฉันก็ไม่สามารถ จะหมุนเข็มนาฬิกาย้อนกลับไป เพื่อเริ่มเรื่องราวและทางเดินเหล่านั้นใหม่ได้ ด้วยเพราะเวลาพัดพาทุกอย่างจากไป อย่างชนิดที่ว่าไม่มีอะไรหวนคืนมาแม้เพียงสิ่งเดียว
นอกเสียจากว่ากาลเวลาจะพัดพาเอาสิ่งของหรือผู้คนเหล่านั้น ให้กลับมาในเส้นทางของชีวิตเราอีกครั้ง แต่สิ่งของหรือผู้คนเหล่านั้น มักจะเปลี่ยนแปลงไปเสมอ
คงไม่มีทางเลือกไหนที่ถูกต้องทั้งหมด และไม่มีเส้นทางไหนที่ผิดไปเสียหมดชนิดที่ว่า แค่เดินไปก้าวแรกก็ผิดแล้ว เพราะช่วงชีวิตของคนคนนึง คงต้องมีทั้งช่วงทุกข์และสุข ใช่ว่าในอีกเส้นทางของชีวิต จะพบแต่สุขไร้ความทุกข์เสียเมื่อไหร่
เพราะชีวิตมีอะไรอีกตั้งเยอะแยะ ยิ่งพอได้มาพบเจอ ได้มาทำงานอย่างใกล้ชิดคนเจ็บ ถึงได้รับรู้ว่า หลายครั้งแม้เพียงเรื่องเล็กน้อย อย่างที่เราหยิบของให้คนไข้ที่นอนแทบขยับตัวไม่ได้นั้น เป็นสิ่งที่ซาบซึ้งตรึงใจเสียจนเขาต้องยกมือไหว้น้ำตาคลอ ทั้งที่หากเป็นคนอื่นแล้วนั้น คงเป็นเพียง "เรื่องแค่นั้นเท่านั้น"
แต่สำหรับเขาแล้ว มันดูยิ่งใหญ่เหลือเกิน
หากลองมองย้อนกลับไป เรื่องหลากหลายที่เคยอยากกลับไปแก้ไข ด้วยหวังให้อะไรๆดีกว่านี้ มองอีกหนึ่งชีวิตตรงหน้าที่เจ็บเสียเต็มประดา ปวดเสียจนทนแทบทำอะไรไม่ได้ ก็พาลให้นึก หากเลือกได้ เขาเองก็คงย้อนกลับไปทำในสิ่งที่ให้ตัวเองไม่เจ็บ ไม่ปวด เพียงแต่มันกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วต่างหาก
จึงทำได้เพียงรักษา เพื่อจะได้เดินต่อไป
ชีวิตเราเองก็เช่นกัน


หวังว่าจะเข้ามาอ่านนะคะ
#1 By TtAaNnGg on 2009-11-10 00:26