Tag ความจริง 30 (ประการ)

posted on 02 Apr 2010 15:12 by ttaanngg in Diary

1. รูปที่แสดงความเป็นตัวเอง 1 รูป

 
 

 

 

 

 

 

 

 

รูปตอนไปเที่ยว อันที่จริงต้องบอกว่ามันปกปิดหน้าตาเยอะสุดแหละ ไม่กล้าเอาหน้าชัดๆ มาให้ดู เกรงว่าคนอ่านจะฝันร้าย

2.ส่ง tag ต่อให้เพื่อนซัก 5 คน 

ป่านนี้จะยังเหลือใครไม่ได้ทำอีกเหรอคะ????

 

ความจริง 30 ประการ

1. ใครมักจะถามว่าเป็นคนฝรั่งรึเปล่า???? แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย เราเป็นคนสามเชื้อชาติ คือไทย จีน และมอญ ไม่ข้ามฝั่งไปแถวๆ ยุโรปหรืออเมริกาเลย

2. เมื่อสมัยเด็กๆ เราอ้วนมากกกกกก............. และคาดว่าด้วยเหตุนั้น มันจึงยังตกทอดมาจนถึงตอนนี้ 

3. ตาเราสองข้างไม่เท่ากัน ดังนั้นแล้วเราจึงไม่นิยมถ่ายรูปหน้าตรงเท่าไหร่นัก เพราะมันทำให้เห็นได้ชัดเจนว่าตาไม่เท่ากัน หรือไม่อย่างนั้น ก็จะใส่แว่นกันแดดปิดไว้

4. จริงๆแล้วเราสายตาสั้น เพียงแต่เราใส่คอนแทคเลนส์เท่านั้นเอง

5. รู้ไหม สมัยเรียนอนุบาลเราเคยสอบได้ที่สอง รองจากอันดับโหล่ จนพ่อแม่กลุ้มใจว่ายัยนี่จะเอาดีทางการเรียนได้ไหม????? จวบจนอนุบาลสาม เห็นเพื่อนที่เขาสอบได้สามอันดับแรกได้ของขวัญ อยากได้บ้าง เลยตั้งใจขึ้นมา และสอบได้อันดับที่สาม

6. ต่อเนื่องจากข้อ 5 จวบจนมาถึงชั้นประถม ก็สอบได้ไม่ที่หนึ่งก็ที่สองตลอด และอันดับกับการเรียนก็เริ่มแย่ลง เมื่อตอนเรียนชั้นมัธยม ไม่ติด top 3 แหละ ได้เกรดเฉลี่ยที่ 3.7 ตอนม.ต้น และ 3.6 ตอนม.ปลาย 

7. ตอนเลือกอันดับสอบเอนทรานซ์ (สมัยเราสอบยังเรียกเอนท์อยู่ >>>> บ่งบอกวัยมาก) ตอนนั้นจำได้ว่าร้องไห้จะเป็นจะตาย ไม่ใช่คะแนนห่วยนะ แต่มันไม่ถึงหมอซักที เลยต้องมาเรียนเภสัชแทน

8. ถ้าใครอ่านบ่อยๆ จะเห็นว่าเราชอบเขียนถึงคนบนฟ้า คนบนฟ้าสำหรับแล้วมีสามคน คือคุณตา คุณลุง และอากง

9. อาชีพสุดท้ายที่อยู่ในสมองของเราเมื่อยามเรียนจบคือการเป็นอาจารย์ แต่ก็น่าตลกที่ตอนนี้นอกเหนือจากการเป็นเภสัชกรประจำร้านยาแล้ว เรายังเป็นอาจารย์แหล่งฝึก ที่ต้องเตรียมสอนน้องๆ ฝึก ต้อง lecture แบบเป็นเรื่องเป็นราวเอามากๆ

10. ถ้าว่ากันตามความเป็นจริงแล้ว เราชอบที่จะอยู่หลังกล้องมากกว่าหลังเลนส์ ดังนั้นแล้ว วันที่เหนื่อยหนักหนาสำหรับเราเพราะรู้สึกเหมือนถูก "ชัตเตอร์ดูดวิญญาณ" คือวันรับปริญญา คนอะไรถ่ายรูปได้ร่วมพันๆ รูป มันเยอะมากจริงๆ

11. และถึงแม้ว่าเราจะชอบอยู่หลังกล้องมากกว่า แต่หน้าเลนส์สำหรับกล้องของเรานั้น เรานิยมส่องวิวทิวทัศน์มากกว่าบุคคล ด้วยเพราะเข้าใจว่าฝีมือไม่มี อาจจะทำให้คนสวยๆ ดูขี้เหร่ไปได้ทีเดียว

12.จริงๆ แล้วเราเป็นคนชอบท่องเที่ยว แต่เบื่อคนเยอะๆ เลยประสบปัญหาเมื่อยามมาทำงานแล้วว่า ว่างตรงกับประชากรส่วนใหญ่ ดังนั้นแล้วหากรักจะเที่ยวก็ต้องทนกับคนเยอะๆซึ่งนับว่าขัดใจเรามากทีเดียว

13. และหลายๆ ครั้งที่ทริปเที่ยวของเรานั้นเป็นทริปแบบ "ไปคนเดียว" เพราะรู้สึกมันสงบข้างในหัวใจมากกว่าการไปเป็นหมู่คณะ 

14. แต่หลายๆ ครั้งก็ชอบทริปแบบหมู่คณะ เพราะเฮฮาและสนุกสนาน คลายเหงาได้ดีเหมือนกัน

15. มีอีกอาชีพที่อยากจะเป็นมากกว่าเภสัชกรในปัจจุบัน คือการเป็นนักเขียน

16. จริงๆ แล้วเป็นคนชอบอ่านนิยายมาก มากขนาดที่เคยนึกคิดอยากเปิดร้านหนังสือ ไม่็ร้านกาแฟที่มีหนังสือเยอะๆ เลย (ไม่เคยจะมีความคิดเรื่องเปิดร้านยากับเขาบ้าง)

17. อันที่จริง เรานิยมการได้ทำงานที่ต่างจังหวัดมากกว่า อาจจะไม่หรูหราฟู่ฟ่าอย่างในเมือง แต่ก็มากด้วยไมตรีจิตและรอยยิ้มของผู้คนมันแลดูน่าอุ่นใจกว่าเยอะ

18. เคยมีหลายครั้งที่นึกเบื่อการเป็นมนุษย์เงินเดือนอยู่เหมือนกัน แต่ก็ยังนับว่าโชคดีที่ในความเป็นมนุษย์เงินเดือนของเรานั้น มีอะไรใหม่ๆ ให้ได้เรียนรู้อยู่เสมอๆ และที่สำคัญ งานที่ทำนี่ เราก็รักมันมากเหมือนกัน

19. เรายังคงอยากเรียนปริญญาโทอยู่ และแน่นอนว่าสาขาที่เราอยากเรียนนั้นมันส่งเสริมเอามากๆ ให้เรากลายเป็น "อาจารย" เลยทำให้เราค่อยๆ มานั่งชะลอความอยากนั้นลง แล้วมานั่งพินิจพิจารณาดูอีกรอบอย่างจริงๆ จังๆ

20. อีกสิ่งที่ชอบพอๆ กับการถ่ายรูป หรืออาจจะมากกว่าคือการวาดรูป สนุกดีและใช้สมาธิอย่างมากทีเดียว แต่ก็น่าประหลาดที่แม้ว่าจะดูเป็นเรื่องที่ใช้สมาธิมากมายเพียงไหน มันก็เป้นเรื่องผ่อนคลายสำหรับเราอยู่ดี

21. เราเป็นผู้หญิงที่ตัวสูงมาก จริงๆ

22. และตอนนี้เราก็เริ่มไม่รู้จะเขียนอะไรแล้ว จริงๆ เหมือนกัน

23. เมื่อสมัยเรียนมัธยม เราชอบเดินจากโรงเรียนไปกินทับทิมกรอบที่วงเวียนใหญ่ น่าแปลกที่ ไม่เจอร้านหนังสือโป๊เลย ฮ่า

24.  เมื่อสมัยเรียนมัธยม มีคนคิดว่าเราเป็นทอม พอๆ กับที่มีคนคิดว่าเราเป็นดี้เลยล่ะ เป็นเรื่องน่าตลกมากสำหรับเรา

25. แต่จริงๆ แล้วเราเป็นผู้หญิงนะ

26. จวบจนเรียนมหาวิทยาลัย ก็ยังมีคนคิดว่าเราเป็นทอม และคนนั้นเป็นเพศชาย

27. ไม่ต้องสืบเลยว่าเพราะอะไร เพราะคนที่คิดว่าเราเป็นทอมนั้นสาวกว่าเราได้อีก 

28. เราชอบฤดูหนาวที่สุดล่ะ ไม่ชอบที่สุดก็เป็นฤดูฝน เพราะมันมืดทึบ และเฉอะแฉะ

29. เราไม่คิดจะมีความรักซักเท่าไหร่ในตอนนี้ ไม่ใช่เพราะอะไร เพราะเรารู้สึกว่าเรายังมีความสุขไม่มากพอ ที่จะแบ่งปันให้กับใคร ความสุขให้ตัวเองยังไม่มากพอเลย แล้วจะเอาความสุขที่ไหนไปแบ่งให้คนใกล้ๆ ใจได้ล่ะ

30. จริงๆ แล้วตั้งใจจะเขียนเมื่อวาน แต่กลัวจะไม่มีใครเชื่อ เพราะเมื่อวานดันเป็นเทศกาลโกหกไปซะนี่

 

 

Comment

Comment:

Tweet

อ่านแล้วอยากไปเดินแถวๆวงเวียนใหญ่...
อยากเดินไปกินทับทิบกรอบ อิอิdouble wink

#4 By ajchicha on 2010-04-07 12:31

ชอบความจริง 30 ประการครับ
ไว้จะขอยืมไปเล่นบ้าง :)

ผมมีเพื่อนอยู่ เภสัช 2-3 คน สนิทเอาเรื่อง แต่ไม่รู้ที่เดียวกับคุณหรือป่าว
สมัยผมยังเรียก Entrance เหมือนกัน
อยากเป็นหมอเเต่เด็ก จนม 4 แต่ พอ Ent ม 5 ให้เลือก 5 อันดับ เสือกเลือกแค่ 3 วิดวะหมด เฮ้อ ชีวิตแปลกดี

โรงเรียนเดินไป วงเวียนใหญ่ ก็คงมาจากวงเวียนเล็ก
ส่วนผมเตะบอลเสร็จเดินไปตากแอร์ MBK ให้ตัวแห้ง 555

อดีตสวยงามเสมอ ก็เลยพยายามทำปัจจุบันให้งามเท่าเทียม

*********


เรื่องเด็กชายหมายเลข 34
ผมเรียกมันว่าหนังสือภาพ
เพราะมันภาพเยอะกว่าตัวหนังสืออะครับ
ภาพวาดแนวที่เห็นบนปกอะครับ
ไม่รู้ผมเรียกผิดหรือป่าวนะครับ

เป็นของ A-Day ครับ เพิ่งพิมพ์ออกมา

ขอบคุณที่สนใจเเวะมานะครับ
เด๋วไปกินทับทิมกรอบเมื่อไหร่
จะชี้ให้ดูร้านหนังสือนะครับ 55+

confused smile

#2 By ด.ช.กิมจุ้ย on 2010-04-02 19:21

ผมก็เคยฝัน และยังฝันว่าอยากเป็นนักเขียน
แต่มันก็ยังไม่เคยเป็นจริง
ทว่า, ผมก็มีความสุขกับสิ่งที่เป็นปัจจุบันในวันนี้ครับ big smile

#1 By 1234 on 2010-04-02 17:20