Kiss the rain

posted on 23 Jun 2010 22:18 by ttaanngg in Diary

 

ฤดูฝน สำหรับฉันแล้วเป็นช่วงเวลาของอากาศชุ่มช่ำ เป็นช่วงเวลาที่จะได้เห็นต้นไม้ใบหญ้าสดชื่นจากสายที่ฝนกระหน่ำเทลงมา เป็นช่วงเวลาที่ได้สัมผัสอากาศชื้นๆ และกลิ่นดินหอมฟุ้งภายหลังจากที่สายฝนซาลง เป็นช่วงเวลาที่ทำให้ได้มองภาพต่างๆ พร่าพราวผ่านหยาดน้ำฝน เป็นภาพที่ดูสวยงามแปลกตา

ในขณะเดียวกันก็เป็นช่วงเวลาของฟ้าครึ้ม อากาศอึมครึมที่ชวนเศร้าหมอง เป็นช่วงเวลาที่อาจทำได้เพียงนั่งเหงา ทอดสายตาเหม่อลอยไปภายนอก เพียงเพราะสายฝนหนักหน่วงนั่นเอง ที่กักขังฉันไว้ในเคหะสถานไม่ให้ออกไปไหน จึงทำให้หลายครั้ง เรื่องราวในวันวานจึงดูคล้ายจะกลับมาเยี่ยมเยือน ในวันที่สายฝนโปรยปรายเช่นนี้

.

.

.

ในเส้นด้ายแห่งสัมพันธ์ของคนสองคน มันคงไม่มีทางครบสมบูรณ์หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเลือกจะปล่อยปลายสายของเส้นด้ายเส้นนี้

ในความสัมพันธ์ของฉันกับใครคนนึง ครั้งนึงมันเคยเป็นความอุ่นใจ ที่เมื่อแม้ว่าระยะทางจะห่างกันซักเพียงใด ก็ยังคงอุ่นใจเพราะรับรู้ได้ว่าในอีกปลายทางนึงของเส้นด้ายเส้นนี้ อีกฝ่ายยังคงถือประคับประคองไว้ แม้จะห่างหายไปนานแค่ไหน แต่ความอุ่นใจก็ยังคงมีอยู่

แต่มาวันนี้ เมื่อนึกย้อนกลับไปเพื่อจะพบว่า เรื่องราวเหล่านั้นเป็นเพียงอดีตไปเสียแล้ว เส้นด้ายแห่งความสัมพันธ์นี้ เหลือเพียงฉันเท่านั้นที่เฝ้าเพียรถือไว้ไม่ปล่อย แม้ว่าการยึดจับด้ายเส้นนี้ไว้จะสร้างรอยแผลบาดลึกเพียงใด ฉันก้ยังคงถือมันไว้ทั้งน้ำตา อย่างที่ไม่รู้ว่าจะปล่อยมันไปได้อย่างไร

ยิ่งพอได้หันไปมองในอีกฝั่งของเส้นด้ายเพียงเพื่อจะพบความว่างเปล่า ยิ่งเจ็บลึกเข้าไปถึงหัวใจ จนหลายครั้งเคยคิด หากไม่มีหัวใจคงดีเสียกว่า นั่นเพราะหากไม่มีหัวใจไปซะอย่างแล้ว ก็คงไม่มีใจให้ต้องเสีย

.

.

.

สายฝนยังคงเทกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย เสียงเพลงบรรเลงเปียโนดังคลอเคียงคูไปกับจังหวะของสายฝน ฟังดูเข้ากันได้อย่างไม่น่าเชื่อ 

เสียงเพลงชวนเหงากับบรรยากาศกลางสายฝนแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะเรียกเอาภาพอดีตดีๆ ที่สวยงามให้ได้ระลึกถึงอีกครั้ง 

และก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกเช่นกันจะเรียกน้ำตาให้รื้นขึ้นมาได้อยากไม่ยากเย็นอะไร ก่อนสายตาจะพร่าพราวไปด้วยหยาดน้ำตา เพียงเพราะรับรู้ว่าภาพเรื่องราวดีๆ เหล่านั้นไม่มีวันหวนคืนมาได้อีกแล้ว คงไม่มีทางที่เส้นด้ายที่ฉันเฝ้าถือไว้นั้น ใครคนนั้นคงไม่กลับมาถืออีกฝากฝั่งหนึ่งเป็นแน่แท้

.

.

.

เปิดหน้าต่างออกไป ละอองฝนพัดมากระทบใบหน้าแผ่วเบา ราวกับจุมพิตที่แสนนุ่มนวล

บทเพลงแสนเหงาถูกบรรเลงขึ้นมาพอเหมาะพอดีกับที่น้ำตาเริ่มเหือดแห้งไป 

อาจด้วยเพราะจุมพิตจากสายฝนกระมัง ที่ช่วยปลอบโยนหัวใจที่เศร้าหมองดวงนี้ให้ปราศจากน้ำตาในทุกค่ำคืน

 


Comment

Comment:

Tweet

สายฝนทำให้ชุ่มช่ำ ทั้งกาย และ ใจconfused smile

#3 By PupaeHERO on 2010-08-17 09:29

ฤดูฝน
เฝ้ารอ
เสียงดนตรีบนหลังคา
เปาำะแปะ เปาะแปะ
big smile
ความฉ่ำเย็นของฝนก็เมหือนน้ำที่เติมความแล้งให้จิตใจopen-mounthed smile

#1 By แทณนี่แหละ on 2010-06-24 12:48