ปลายฝนที่ยังไม่มาถึง

posted on 13 Oct 2011 09:20 by ttaanngg in Essay
กลางเดือนตุลาคมแล้ว
 
อดคิดไม่ได้ว่าจริงๆ แล้วมันควรเป็นช่วงที่สายฝนเบาบางจางจง 
และลมหนาวเริ่มเข้ามาทักทาย 
ถ้าหากเป็นเมื่อสมัยยังเรียนมหาวิทยาลัย
นี่คงเป็นช่วงปิดเทอม ที่เราแพลนท่องเที่ยวทั่วเมือกรุงไปแล้ว
แล้วก็คงรอให้เปิดเทอม ที่ไม่ใช่แค่เพียงได้พบเจอเพื่อนๆ
แต่คิดถึงการขี่จักรยานท่ามกลางสายลมเย็นๆ
ที่บางครั้งก็ทำให้จมูกชาได้เหมือนกัน
 
แต่กลางเดือนตุลาคมของปีนี้ เรากลับตื่นมาแต่เช้าทุกวันเพื่อพบว่า
ทุกๆ เช้าจะพบถนนที่เปียกชื้นไปด้วยน้ำฝน
ยอดหญ้าพร่างพราวด้วยหยดน้ำ
และหลายครั้งที่แอบเห็น น้ำเจิ่งนองออกมาทางท่อระบายจนชวนให้หวั่นวิตก
 
น้ำปีนี้เหมือนจะเยอะจนล้น เมื่อปลายเดือนที่แล้วมีโอกาสได้ไปทำงานที่น่าน
น้ำในแม่น้ำน่าน เต็ม สีแดงจัด ขุ่นเหมือนน้ำโคลน
ทั้งที่น้ำในแม่น้ำควรจะไหล ยิ่งอยู่ในจังหวัดสูงๆ อย่างน่านด้วยแล้ว
แต่น้ำในแม่น้ำกลับนิ่งราวกับไม่รู้ว่าจะไหลไปทิศทางใด
เพราะทางไหนๆ ก็มี "น้ำ" เต็มไปหมด
 
ยังจำได้ ทุกเย็นของสัปดาห์แห่งการทำงานในเมืองน่าน
สายฝนโปรยจนดูเหมือนว่าฟ้ากำลังร้องไห้อย่างหนัก
เราเองก็อยากร้องไห้
สงสารคนที่เขาต้องเผชิญกับสิ่งที่เรียกว่า "น้ำท่วม"
 
ในทุกๆ วันที่ออกหน่วยก็อดไม่ได้นึกถึงเมื่อตอนเดินทางจากกรุงเทพมหานคร สู่เมืองน่าน
สองข้างทางเจิ่งไปด้วยน้ำ ภาพของชาวบ้านที่หอบข้าวของเพียงประทังชีวิตออกมานอนที่เต็นท์ริมถนน
สองข้างทางที่ควรจะมองไปแล้สเป็นนาเขียว
หรือที่ถูกควรเป็นท้องนาที่เห็นรวงข้าวเหลืองกระจ่าง
กลับเป็นเวิ้งท้องน้ำมองไกลสุดลูกหูลูกตา
 
ท้องน้ำนิ่ง ไม่มีที่ท่าจะลดลง
ภาพของบ้าน ที่มองเห็นเพียงหลังคา
หลังคาที่น้ำเงินสดใส ตัดกับท้องน้ำนิ่งที่เริ่มจะเปลี่ยนเป็นสีดำ
ไม่กล้านึก ไม่กล้าคิดถึงว่าใต้ผืนน้ำนิ่งนั้น มีอะไรบ้าง
อะไรที่จมอยู่ใต้นั้นอาจเป็น "ทั้งชีวิต" ของใครบางคน
 
.
.
.
.
.
 
เอาใจช่วยผู้ประสบภัยทุกคนค่ะ
น้ำอาจมากจนท่วมล้น แต่เชื่อว่าน้ำใจจะเอ่อท้นมามากกว่า
 

Comment

Comment:

Tweet

การตีความหมายอิสระภาพ เสรีภาพ ทางความคิดผิดๆ
ได้ทำให้พื้นที่ที่เคยบอกว่า ปลอดน้ำ
ได้กลายเป็นพื้นที่อพยพภายในไม่ถึงสัปดาห์

Hot! Hot!
ดูข่าวแล้วเศร้า หดหู่จริงๆแหละครับ
เขาว่าออกพรรษาก็เท่ากับหมดฤดูฝน แต่ก็คงจริงอย่างชื่อเอนทรี่open-mounthed smile Hot!

#1 By แทณนี่แหละ on 2011-10-13 22:54