เชื่อว่าทุกคนคงเคยมีความรู้สึกแบบนี้
 
ตอนที่ยังเด็กๆ ก็รู้สึกอยากโตเหลือเกิน อยากเหลือเกินที่อยากจะเป็นผู้ใหญ่ 
ตอนที่ยังเด็กๆ ก็รู้สึกเบื่อเหลือเกิน เบื่อที่ต้องเฝ้ารอบางคำตอบที่จะรู้เมื่อเป็นผู้ใหญ่
ตอนที่ยังเด็กๆ ก็รู้สึกหน่ายเหลือเกินกับบางอย่างที่ห้ามทำ
จะทำได้ก็ต่อเมื่อเป็นผู้ใหญ่แล้วเท่านั้น
 
ดูไม่ใกล้ไม่ไกล ดูเอาเถอะว่าเด็กๆ สมัยนี้บางคนดูๆ แล้ว
ก็รีบโต รีบโตเสียจนน่ากลัว
 
แล้วทุกคนที่ขึ้นชื่อว่าโตเป็นผู้ใหญ่แล้วเคยประสบกับความรู้สึกนี้ไหม
 
อยากจัง อยากกลับไปเป็นเด็กๆ ที่ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร
อยากจัง อยากกลับไปวิ่งเล่นหรือทำอะไรพิเรนทร์ๆได้โดยทุกคนพร้อมให้อภัย
อยากจัง อยากกลับไปอยู่ในโลกสวยๆ 
แต่ก็เป็นผู้ใหญ่ไปเสียแล้ว อย่างไรเสียก็คงทำได้แค่อยาก
 
.
.
.
.
 
ถ้าพูดถึงวรรณกรรมเยาวชนที่โ่ด่งดังคลาสสิกติดอันดับสองเรื่องนี้คงติดในทำเนียบด้วย
สองเรื่องที่ว่าคือ "Alice in wonderland" กับ "Peter Pan"
 
ทั้งสองเรื่องนี้มีความคล้ายกันอยู่บางเรื่อง
นั่นคือดินแดนแห่งจินตนาการอย่าง wonderland และ neverland 
และอีกเรื่องที่เป็นความคล้ายคลึงกันนั่นคือ การมีตัวตนจริงของผู้เป็นแรงบันดาลใจ 
อลิซ และ ปีเตอร์
 
.
.
.
.
 
คุณเคยไหมที่อยากเก็บความเป็นเด็กไว้ตลอดไป
เคยไหมที่รู้สึกว่าเรามีพื้นที่เล็กๆ ขอเราเอง ที่สามารถจะเป็นเด็กๆได้เสมอ
เคยไหมที่รู้สึกว่า เรามีพื้นของความฝันเล็กๆ เหมือนตอนเรายังเป็นเด็ก
พื้นที่ของเรา ที่สวยงามเสมอ ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ก็ตาม
 
แต่ก็นั่นล่ะ ไม่มีใครที่สามารถเป็นเด็กไ้ด้ตลอดไป
และถึงแม้บางครั้งเราจะแอบฝันเล็กๆ แต่ก็อาจจะมีฝันร้ายเข้ามาแทรกได้เสมอ
และที่อาจจะแย่กว่าฝันร้ายคือการตื่นขึ้นมาเพื่อพบว่า
แดนมหัศจรรย์ของเรานั้น ไม่เคยมีอยู่จริง
 
.
.
.
.
 
งานสัปดาห์หนังสือที่ผ่านมามีโอกาสได้จับจองเป็นเจ้าของหนังสือเล่มหนึ่ง
I have been Alice หรือชื่อภาษาไทยว่า "ครั้งหนึ่งนั้นฉันคืออลิซ"
ได้นั่งละเลียดอ่าน ถึงแม้จะไม่ได้อ่านแบบชนิดที่ละเมียดอ่านในห้องส่วนตัว
ในบรรยากาศสงบ อิ่มไปกับทุกตัวอักษร แบบที่ผ่านๆ มา
 
แต่เนื้อหาเรื่องราวในเรื่องก็ซึบซับเข้าไปในความรู้สึกไปไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
 
แน่นอนเราไม่ใช่ลูกสาวของคนใหญ่โตหรือมีชื่อเสียงอะไร
แต่ด้วยความที่ทำงานที่เดียวกับพ่อ อย่างไรเสียก็ย่อมต้องมีคนรู้จักพ่อ
 
อย่างไรเสียเราก็เป็นคนคนนึงที่มีความดื้อแพ่งพอตัวและรั้นจะทำอะไรบางอย่างที่ไม่ควร
และครั้งนึงเราก็เคยเป็นคนคนนึงที่ทรนงตัวในระดับนึง
 
การได้อ่านหนังสือเรื่องนี้ มันเหมือนเราได้เห็นกระจกสะท้อนตัวเองออกมาในบางมุม บางเรื่องราว
บางตอนเรียกน้ำตาเราได้ไม่ยาก ในขณะที่บางตอนก็เหมือนจะต่อยเราเสียจุกไปเลย
 
แต่ที่แน่ๆ หนังสือเล่มนี้ทำให้เรารู้ว่ามันไม่ผิดนะ ที่อยากจะเก็บส่วนนึงของความเป็นเด็กไว้
แต่คุณต้องยอมรับด้วยว่ามันทำได้แค่เก็บไว้ อย่างไรเสียวันนึงเราต้องเป็นผู้ใหญ่
แล้วโลกสวยๆ ใบนั้น มันอาจจะเป็นเพียงแค่ความฝัน
ถึงแม้ว่าวันนึงจะตื่นมาเพื่อพบว่ามันเป็นแค่ความฝัน แต่มันก็คือฝันดีมิใช่หรือ?
 
 
อีกเรื่องหนึ่ง ที่ดูจะเป็นข้อคิดที่ดีนั่นคือเวลาจะอะไรก็ตามจงคิดให้ดี
อย่าเพียงแต่ทรนงว่าตนแน่ และเก่ง ต้องมีสติให้มั่น ไตร่ตรองด้วยปัญญาให้ถี่ถ้วน
เพราะถึงแม้วันนึงการกระทำนั้นจะเป็นแค่อดีต แต่เชื่อว่าคงไม่มีใครอยากมีอดีตที่ไม่น่าจดจำหรอก
จริงไหมคะ?
 

Comment

Comment:

Tweet

ขอให้มีความสุขครับconfused smile

#4 By แทณนี่แหละ on 2012-05-08 20:09

ความสุขเกิดขึ้นได้ง่ายดายเมื่อยังเป็นเด็ก คนเราก็ควรจะใส่ความเป็นเด็กไว้ในตัวเองบ้าง เพื่อจะได้ไม่ต้องขยายความติดก่อนจะมีความสุข
เวลาที่เราอยากมีความสุขเรามักหยิบโต๊ะโจ๊จังมาอ่านเสมอๆopen-mounthed smile
ส่วนเรื่องที่เอามาลงไม่ได้อ่านแต่ได้ตามข่าวหนังสือเล่มนี้อยู่บ้างbig smile

#3 By แทณนี่แหละ on 2012-05-08 20:09

ตรงกับผมเมื่อวานเป๊ะเลย

แต่ผมอยากกลับไปสมัยมัธยม ตอนที่ดันไปก่อวีรกรรมอ่านเรียงความชนะเลิศวันแม่ ด้วยเสียงคนเมาหน้าเสาธง(ประชดที่ไม่มีคนฟัง) จนกลุ่มสาระสังคมเลิกประกวดเรียงความ

กับตอนเป็นประธานนักเรียน ที่ทำหน้าที่ได้ไม่ค่อยดี จนอยากย้อนกลับไปแก้ไข

ปล. แทนที่จะคอมเม้นต์จขบ. แต่กลายเป็นเล่าประวัติตัวเองซะงั้น
ผมโดนว่า ว่าเป็นคนแก่ตั้งแต่เด็ก

บางทีก็อยากทำตัวเด็ก อยากคิดอะไรแบบเด็ก

เพียงแต่ลึกๆข้างในมันไม่ทำตาม

#1 By GUMBEAR on 2012-04-09 23:09